วันพุธ, 27 พฤษภาคม 2563

9 สิ่งที่คนเข้าใจ Forex ผิดอย่างร้ายแรง

บางท่านเคยได้ยินคำว่า Forex (ฟอเร็กซ์) ทั้งในด้านดี และ ไม่ดี จากคนใกล้ตัว เพื่อน หรือจากสื่อช่องทางต่างๆ  social media ข่าว หรือ เคยเห็นผ่านตาจากบทความ รวมไปถึงการชักชวนให้เรียนการเทรดกับสถาบันต่าง ๆ

ต่อไปนี้จะเป็น 9 สิ่งที่คนเข้าใจ Forex ผิดอย่างร้ายแรง

1. เข้าใจว่า forex ต้องใช้เงินเยอะ

ความเข้าใจนี้ ถูกต้องในอดีต ยุคที่มีอินเตอร์เน็ตแรกๆ และเชื่อมต่อกันด้วยสายโทรศัพท์บ้านผ่านโมเด็ม ในสมัยที่
เทรดเดอร์ต้องมีการกรอกใบคำขอใช้บริการโบรคเกอร์เป็นกระดาษ A4 หนามาก และต้องมีเงินฝากขั้นต่ำในพอร์ตจำนวนหลักหมื่นหรือหลักแสนดอลลาร์ เพื่อรับเฉพาะนักลงทุนรายใหญ่ ผู้บริหารกองทุน บริษัท หรือธนาคาร เท่านั้น รวมไปถึงเงื่อนไขอื่นๆ อีกมาก อีกทั้งจำนวนโบรคเกอร์ที่ให้บริการยังมีจำนวนไม่มาก
แต่ในยุคปัจจุบัน โลกอินเตอร์เน็ตก้าวไปไกลมาก ความเร็วในการเชื่อมต่อดีขึ้นด้วยไฟเบอร์ออฟติก การขอใช้บริการโบรคเกอร์ก็เปลี่ยนไป เป็นระบบออนไลน์ และเงินฝากขั้นต่ำเพียง $1 นอกเหนือไปจากนั้น โบรคเกอร์ยังมีการให้สมัครใช้พอร์ตทดลอง (demo) เพื่อให้มั่นใจก่อนจะมีการฝากเงิน  เปิดพอร์ต demo คลิก ที่นี่  

2. เข้าใจว่า forex มีความเสี่ยงสูง

ความเข้าใจนี้ ถูกต้องแล้ว มีความเสี่ยงสูง เพราะเทรดเดอร์พร้อมจะหมดเงินทั้งหมดไปกับการล้างพอร์ต หรือ stop out กับกราฟคู่สกุลเงินที่ขึ้น – ลง ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงเวลาประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ กราฟจะวิ่งขึ้น – ลง อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น หรือเรียกว่า มีความผันผวนสูง เทรดเดอร์มักเปรียบเทียบว่า กราฟวิ่งขี้น – ลง เหมือนจังหวะ การเต้นของหัวใจ (pulse)  และถ้าออร์เดอร์ถูกเปิด และผิดทิศทาง ในพอร์ตจะแสดงผลกำไรสุทธิเป็นลบ เทรดเดอร์อาจจะต้องถึงขั้นเอาใจช่วยด้วยการสวดมนต์ภาวนา
แต่ถ้าเทรดเดอร์ตั้งใจฝึกฝนตั้งด้านกลยุทธ์ทางเทคนิค และด้านจิตใจ (mindset) ซึ่งอันที่จริง ก็คือการควบคุมความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมด้านกลยุทธ์การเทรด หรือควบคุมด้านความเสี่ยงของเงินในบัญชี ทุกอย่างมีให้ศึกษาเรียนรู้ ฝึกฝน และปฏิบัติตาม

3. เข้าใจว่า forex ได้เงินง่าย 

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด บางท่านที่เห็นเทรดเดอร์อวดพอร์ต แสดงกำไร ไม่ว่าจะน้อย หรือ มาก ในระยะเวลาอันสั้น  พร้อมกับคำโฆษณาชวนเชื่อ ว่า “ง่าย” ทำให้ท่านที่ยังไม่ได้เข้ามาเป็นเทรดเดอร์เกิดความรู้สึกอยากเข้ามาทดลองเพื่อที่จะได้ผลแบบนั้นด้วย ถ้าคุณบริหารจำนวนเงินกำไรจากการเทรดไม่ได้ คุณจะเปิดออร์เดอร์บ่อยขึ้น เพราะมีความเชื่อว่าจะชนะ และนั่นคือเป็นสาเหตุอย่างหนึ่งของการสูญเสีย เพราะ ความมั่นใจในตัวเองมากเกินไป
หรือที่เรียกกันว่า EGO
แต่ในความเป็นจริง การได้เงินง่ายนั้น ต้องคำนึงว่า จะได้อย่างต่อเนื่อง ในระยะยาวหรือไม่ เพราะในที่สุด การได้เงินง่ายและได้ต่อเนื่องในระยะยาว ไม่ได้มาพร้อมกัน เทรดเดอร์ที่ได้เงินง่าย จะได้ในระยะสั้น และส่วนใหญ่จะคืนกลับไปยังตลาด ส่วนเทรดเดอร์ที่ได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว ต้องผ่านการศึกษาเรียนรู้ และฝึกฝน อย่างหนักจนเข้าใจตลาด

4. เข้าใจว่า forex คือการพนัน

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด แท้จริงแล้ว forex เกี่ยวข้องกับคู่สกุลเงินระหว่าง 2 สกุลเงิน และการขึ้น – ลง ของกราฟมีปัจจัยพื้นฐาน (fundamental) เศรษฐกิจมหภาค (Global Macro) การประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจ สภาพสังคม สภาวะทางการเมือง ของประเทศนั้น บางครั้งมองเป็นแนวโน้มระยะยาว และเมื่อมีอะไรเกิดขึ้นกับประเทศยักษ์ใหญ่ เช่น สหรัฐอเมริกา เป็นต้น จะมีผลต่อสกุลเงินทั้งโลก จะซึ่งปัจจัยนี้
ทำให้เทรดเดอร์สามารถรู้แนวโน้มของการแข็ง – อ่อน ของสกุลเงิน ซึ่งมีผลต่อการขึ้น – ลง ของกราฟ

5. เข้าใจว่าเทรดในช่วงข่าว forex ได้เงินเยอะ

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด ช่วงมีการประกาศตัวเลขทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ ทำให้มีผลกับการขึ้น – ลง ของกราฟ (ตารางประกาศตัวเลข สามารถดูได้จาก www.forexfactory.com)   การประกาศตัวเลขที่มีผลกับการขึ้น – ลง ของกราฟและปริมาณการซื้อ – ขาย ในตลาด สร้างความผันผวน คือการประกาศตัวเลขอัตราจ้างงานของสหรัฐอเมริกา นอกภาคเกษตร (Non-farm payroll) ทุกวันศุกร์แรกของเดือน ช่วงเวลานี้ เทรดเดอร์จะมีการคาดการณ์ตัวเลขและเฝ้ารอ การประกาศตัวเลขจริง ซึ่งก่อนการประกาศตัวเลข กราฟอาจจะนิ่ง และเมื่อตัวเลขถูกประกาศแล้ว เทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเปิดคำสั่งซื้อ – ขาย เข้าไปยังโบรคเกอร์ ด้วยปริมาณคำสั่ง ซื้อ – ขายที่มากมาย
เทรดเดอร์อาจจะไม่สามารถเปิดคำสั่งได้ หรือบางท่านมีออร์เดอร์อยู่แล้ว ก็จะไม่สามารถปิดคำสั่งได้ ถ้าเทรดเดอร์คาดหวังการทำกำไรแค่เพียงช่วงนี้ โดยการเปิดคำสั่งซื้อ – ขายมากเกินไป (overtrade) เทรดเดอร์จะพบกับความผิดหวัง เพราะออร์เดอร์ที่ผิดทาง อาจจะทำให้เทรดเดอร์พบกับ สภาวะ stop out ได้อย่างรวดเร็ว
จากความผันผวนของกราฟ สำหรับเทรดเดอร์มือใหม่ แนะนำให้นั่งดูการขึ้น – ลง ของกราฟเท่านั้น
บทความนี้คือตอนที่ 1 ของสิ่งที่คนเข้าใจ forex ผิดอย่างร้ายแรงกับ สิ่งที่ได้นำเสนอไป เพื่อให้ท่านที่ยังไม่ได้ตัดสินใจมาเป็นเทรดเดอร์ หรือเป็นเทรดเดอร์แล้ว ได้อ่านและคิดตาม และทำความเข้าใจให้ถูกต้อง

6. เข้าใจว่า forex broker หลอกลวงคุณ

ความเข้าใจนี้ เป็นความเข้าใจที่ผิด โบรคเกอร์ที่ได้รับอนุญาตเปรียบเสมือนตัวกลางในการส่งคำสั่งซื้อ – ขาย จากลูกค้ารายย่อยไปยังสถาบันการเงินที่ทำข้อตกลงไว้  ซึ่งจะมี 2 ประเภท คือส่งคำสั่งซื้อ – ขาย ทุกคำสั่งจากลูกค้ารายย่อยไปสถาบันการเงิน หรือมีอีกประเภทคือ รับคำสั่งซื้อ – ขาย ไว้เอง และ บริหารจัดการปริมาณ ซื้อ – ขาย ด้วยตัวเอง บางท่านอาจเคยได้ยินว่า หรือพบว่า ฝากเงินเข้าไปเพื่อเทรดแล้วโบรคเกอร์ก็ปิดหนี  โบรคเกอร์เหล่านั้นคือโบรคเกอร์เถื่อน ไม่มีใบอนุญาตรองรับ จูงใจโดยการให้โบนัสจำนวนมากในการฝาก และปิดหนีในที่สุด ก่อนการฝากเงิน จึงจำเป็นต้องมีการพิจารณาโบรคเกอร์อย่างรอบคอบ ในกรณีนี้จะขอเขียนให้อ่าน ในหัวข้อการพิจารณาเลือกโบรคเกอร์  โดยละเอียดในบทความต่อไป

7. เข้าใจว่า ตามสัญญาณเข้า  ออกออร์เดอร์ของผู้อื่นในการเทรด forex ก็ได้เงินแล้ว

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เทรดเดอร์มือใหม่ที่ไม่รู้จะเริ่มการเทรดด้วยวิธีไหน ก็อาศัยการตามสัญญาณการเข้า – ออกออร์เดอร์จากช่องทาง social media ต่างๆ และรีบเปิดคำสั่งเพราะกลัวตกรถ โดยที่ไม่คำนึงถึงปัจจัยเรื่องการบริหารเงินในพอร์ต การบริหารความเสี่ยง เมื่อสัญญาณจากทีมแรกไม่ทำเงิน ก็ไปตามสัญญาณจากทีมอื่นไปเรื่อยๆ  และก็จะเจอสภาวะแบบเดียวกัน ส่งผลให้มีความเสี่ยงต่อการถูก stop out สูญเสียเงินทั้งหมด ในความเป็นจริงแล้ว ความผันผวนของกราฟในแต่ละช่วงเวลา แต่ละคู่สกุลเงินมีไม่เหมือนกัน ในบางช่วงที่คุณตามสัญญาณเข้า – ออกออร์เดอร์ ณ ช่วงเวลานั้น คุณสามารถทำกำไรได้ แต่เมื่อกราฟเปลี่ยนทิศทาง และคุณไม่ทราบ จะส่งผลเสียให้กับออร์เดอร์ของคุณ  การเป็นเทรดเดอร์นั้นควรแบ่งเวลาศึกษาและฝึกฝนการเทรดด้วยตัวเองไปด้วย เพื่อจะเข้าออร์เดอร์ได้อย่างมีเหตุผล และมีเงื่อนไขในการเข้าออร์เดอร์อย่างต่อเนื่อง ในคู่สกุลเงินอื่นด้วย

8. เข้าใจว่าต้องมีกลยุทธ์การเทรด forex ยิ่งยาก ยิ่งซับซ้อน ยิ่งได้กำไรเยอะ

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เทรดเดอร์อาจจะเห็นตัวอย่างของหน้าจอกราฟจากเทรดเดอร์บางท่านที่ติดตั้งอินดิเดเตอร์ (ตัวชี้วัด) ในกราฟมากมาย มีเส้นหลายเส้น และหลายสี เช่น เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average) มี 3 เส้น และตั้งค่าเป็น 3 สี เป็นต้น และมีเงื่อนไขในการเปิดคำสั่งซื้อ – ขายที่ซับซ้อนว่า
อินดิเคเตอร์เส้นนี้ต้องตัดเส้นนี้ ถึงจะเปิดคำสั่งได้ โดยที่ไม่ทราบมาก่อนว่า อินดิเคเตอร์ที่ติดตั้งไปนั้น ทำงานอย่างไร และเมื่อเห็นผลกำไรจากการทำเช่นนี้ ทำให้ความเข้าใจของเทรดเดอร์มือใหม่ คือต้องตั้งค่าหน้าจอให้ซับซ้อนแบบนั้น อินดิเคเตอร์ปิดบังกราฟ มองกราฟไม่ชัดเจน
กลยุทธ์การเทรดที่ดี ต้องเรียบง่าย มีเหตุผล ทำซ้ำได้ อาจจะดูสัญญาณจากอินดิเคเตอร์บ้าง ทำกำไรได้ต่อเนื่อง

9. เข้าใจว่า forex ยากที่จะทำกำไรถ้าเทรดในกรอบเวลาใหญ่ขึ้น และมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 

ความเข้าใจนี้เป็นความเข้าใจที่ผิด เทรดเดอร์เข้าใจว่าการเปิดคำสั่งซื้อ – ขาย โดยดูจากแท่งเทียนในกรอบเวลาใหญ่ขึ้น เช่น 4 ชั่วโมง หรือ 1 วัน ทำให้มีโอกาสไม่เพียงพอในการทำกำไรต่อวัน และทำให้ระยะการตัดขาดทุนมีระยะไกลกว่ากรอบเวลาเล็ก เทรดเดอร์จึงชอบในการเปิดคำสั่งซื้อ – ขาย ในกรอบเวลาเล็ก และเก็บกำไรได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว เทรดเดอร์สามารถเปิดคำสั่งซื้อ-ขายในกรอบเวลาใหญ่ และจะได้ผลกำไรเหมือนกัน อีกทั้งเป็นการฝึกความอดทนต่อกำไร เพราะส่วนใหญ่เทรดเดอร์ เมื่อเห็นกำไร ก็จะปิดคำสั่งซื้อ – ขายในทันที ในขณะที่ ถ้าคำสั่งซื้อ – ขาย เป็นตัวเลขติดลบ ก็จะถือออร์เดอร์นั้นต่อไปจนกระทั่งออร์เดอร์เป็นตัวเลขบวก และเมื่อบวกเพียงน้อยนิด ก็รีบปิดออร์เดอร์ทันที ในกลุ่มเทรดเดอร์จะเรียกอาการอย่างนี้ว่า “ทนลบ ไม่ทนบวก”  ส่วนการจำกัดความเสี่ยงในกรอบเวลาใหญ่ ก็สามารถทำได้ โดยการลดขนาดของคำสั่งในการซื้อ – ขาย

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าท่านเทรดเดอร์ ได้เข้าใจจริงๆ กับสิ่งที่คิดว่าเข้าใจถูก แต่จริงแล้ว เข้าใจมาผิดตลอด Forex มีทั้งมุมดี และมุมที่ไม่ดี อยู่ที่เทรดเดอร์ทำความเข้าใจ และ ยอมรับ และ ศึกษา และ ฝึกฝน อยู่ที่แต่ละท่านคาดหวังแค่ไหนกับ Forex

ที่มา : Exness

เปิดบัญชี